ไม่ใช่ผีแดง! สื่ออิตาลี เปิดเผย ชมรมต่อไปที่ “โรนัลโด้” อยากได้ย้ายไปค้าแข้งในช่วงตอนปลาย

คลาดิโอ ไรมอนดิ ผู้รายงานข่าวกีฬาของอิตาลี เผยออกมาว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ สตาร์ชาวโปรตุเกสวัย 36 ปีของ ยูเวนตุๆส ต้องการจะย้ายกลับไปเล่นให้กับ สปอร์ติง ลิสบอน อดีตกาลทีมเก่าภายหลังหมดสัญญากับ ทัพม้าลาย ในปี 2022 นี้

โดยก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาทีมดังแห่งลีกสูงสุดโปรตุเกส เป็นสมาคมที่ปลุกปั้นยอดนักเตะอย่าง โรนัลโด้ ขึ้นมา โดยเจ้าตัวเข้าสู่ระบบอติดอยู่เดมีของทีมตั้งแต่อายุ 12 ก่อนที่จะปี 2002/03 จะได้รับจังหวะกับทีมชุดใหญ่เวลาที่แก่ได้เพียงแค่ 17 ปีแค่นั้น ก่อนที่จะถูก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าตัวไปร่วมทีมในซีซั่นต่อมา

จนถึงปัจจุบันเจ้าตัวค้าลำแข้งอยู่กับ ยูเวนตุๆส แต่ว่าด้วยผลงานอันตกต่ำ ทำให้มีข่าวซุบซิบถึงการที่เจ้าตัวไม่มีความสุขในอิตาลีโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูกาลนี้ที่เสียแชมป์ กัลโช เซเรีย อา ให้กับคู่แข่งขันอย่าง อินเตอร์ มิลาน ไป รวมถึงการที่ทีมไม่ประสบผลสำเร็จในฟุตบอลยุโรปจากที่มุ่งหวังเอาไว้โรนัลโด้ มีข่าวพันพัวกับ 2 อดีตกาลสมาคมยักษ์ใหญ่อย่าง เรอัล มาดริด และก็ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ ไรมอนดิ ผู้รายงานข่าวกีฬามีชื่อของอิตาลีชี้ว่า สตาร์ชาวโปรตุเกสรายนี้จะอยู่กับ ทีมม้าลาย กระทั่งจบฤดูกาล ก่อนที่จะตกลงใจย้ายไปซบสมาคมเก่าอีกหนึ่งทีมอย่าง สปอร์ติง ลิสบอน ในช่วงตอนปลาย

“ผมแน่ใจว่า คริสเตียโน จะอยู่ที่อิตาลีจนกระทั่งหมดสัญญา แต่ว่าจากนั้นเขาจะย้ายออกไปอย่างแน่นอน โดย แมนฯ ยูไนเต็ด หรือ เรอัล มาดริด จะไม่ใช่เป้าหมาย เนื่องจากด้วยวัย 37 ปีในเวลานั้น 2 สมาคมนี้บางทีอาจไม่มีสิ่งล่อใจมากพอที่เขาจะย้ายกลับไปภายหลังเคยบรรลุผลสำเร็จอย่างสูงมาเกือบทั้งหมดแล้ว ซึ่งผมพอจะรู้มาว่า โรนัลโด้ มีทีมในใจอยู่แล้วโน่นเป็น สปอร์ติง ลิสบอน ผมว่าเขาจะใช้เวลา 2-3 ปีช่วงท้ายอาชีพการค้าขายลำแข้งในการพาอดีตกาลสังกัดเดิมกลับมาบรรลุผลสำเร็จให้ได้อีกที” ไรมอนดิ กล่าว

เก็บตกใจความสำคัญร้อนหลังเกม ยูโรปาลีก ปีศาจแดง ลิ่วเข้าชิง ปะทะ เรือดำน้ำ

34 ครั้ง คือจำนวนของโอกาสทำประตูจากทั้งสองกลุ่มรวมกัน ซึ่งแบ่งเป็นฝั่ง โรมา 21 ครั้งเข้ากรอบ 12 เป็น 3 ประตู และก็ แมนฯ ยูไนเต็ด 13 ครั้งเข้ากรอบ 5 เป็น 2 ประตู ซึ่งช่วงแรกกลุ่มเยี่ยมมาเน้นย้ำตั้งรับและก็คอยสวนกลับเด่นชัด ส่วนเจ้าถิ่นเป็นข้างดาหน้าบุกเข้าใส่ กระทั่ง ซาตานแดง ออกนำจากจังหวะโต้กลับ ทำให้ช่วงหลัง กองทัพสุนัขป่ากรุงโรม ไม่มีอะไรจะเสีย เดินหน้าบุกเต็มสูบ ซึ่งนั้นทำให้เกมค่อนข้างเปิดแลกกันอย่างเบิกบาน ด้าน แมนฯ ยูไนเต็ด เองมีโอกาสโต้กลับหลายครั้ง ประเภทที่มีต่างข้างต่างมีลุ้นกันเกือบทุกนาทีอย่างยิ่งจริงๆคงต้องกล่าวว่าถ้าวันนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ ดาบิด เด เคอา ที่องค์ลงอย่างที่มองเห็น ซาตานแดง อาจไม่ได้เข้าชิงก็เป็นไปได้ เพราะเหตุว่าตั้งแต่ช่วงต้นเกมที่เจ้าตัวต้องออกแรงเซฟงามๆหลายต่อหลายครั้ง แถมในตอนช่วงหลังที่ โรมา ได้ทางออกนำ 2-1 เป็นที่เป็นระเบียบ เหมือนกับว่าเจ้าถิ่นจะมีแรงฮึดขึ้นมาอีกที ซึ่งก็ได้นายด่านเลือดกระทิงดุรายนี้นี่แหละ ที่ปฏิเสธลูกยิงแบบต่อเนื่องที่ถาโถมเข้ามารัวๆมากกว่าปินกลได้แบบปาฏิหาริย์ จนถึงเรียกได้ว่าเอารางวัล แมน ออฟ เดอะแมทช์ ไปได้เลยแต่ว่าก็อย่าลืมขอบคุณมากบรรดาแนวรับที่สามัคคีกันปั้นให้ เด เคอา สบโอกาสงัดฟอร์มเก่งออกมาให้แฟนบอลได้มองเห็นกันแบบเต็มสองตาอีกทีในช่วงกลางคืนนี้คู่ชิงของ ซาตานแดง ในปีนี้นั่นคือ บียาร์เรอัล ที่ยัดเสมอ อาร์เซนอล 0-0 ก่อนที่จะชนะไปด้วยสกอร์รวม 2-1 สุดท้าย โดยสถิติที่ผ่านมา 4 นัดที่เจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ใน แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มเมื่อปี 2005 และก็ 2008 ออกมาด้วยผลเสมอ 0-0 ทั้ง 4 เกม โดนในขณะนี้ ทัพเรือมุดน้ำ จัดว่ามีขุมกำลังที่ไม่ธรรมดานำโดย เกราร์ด โมเรโน และก็ ขว้างโก อัลกาเซ สองศูนย์หน้าชาวประเทศสเปนที่ยิงรวมกันแล้วถึง 38 ประตูในปีนี้ แถมยังมี เปา ตอร์เรส ที่เคยกลายเป็นข่าวสารกับ แมนฯ ยูไนเต็ด รอคุมแนวหลัง ที่สำคัญคือมี อูไน เอเมรี โค้ชที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าที่ถ้วยรายการนี้ การันตีด้วยสถิติที่ได้แชมป์มาเยอะที่สุดในบรรดาผู้จัดการทีมฟุตบอลทุกคนบนโลกใบนี้อีกด้วย Related posts: Hello world! ไม่ใช้ก็เอามานี่! “3 ทีมดัง” รุมแย่งตัว “ชากิรี” ตลาดซัมเมอร์นี้ เอาให้เคลียร์! “เป๊ป” […]

สังสรรค์แชมป์สวยหรู! บาเยิร์น มิวนิค ไล่กระหน่ำ โบรุสเซีย มึนได้แก่กลัดบัค 6-0

การแข่งขันชิงชัยฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมนี 2020/21 นัดที่ 32 บาเยิร์น มิวนิค ที่รับรองครอบครองแชมป์สมัยที่ 31 สดๆร้อนๆจากการที่คู่ก่อนหน้านี้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ชนะ แอร์เบ ไลป์สิกข์ ไป 2-1 เปิดอัลลิอันซ์ อารีนา รับการมาเยือนของ โบรุสเซีย มึนได้แก่กลัดบัค ชั้นที่ 7 ของตาราง วันนี้เจ้าถิ่นใช้แผน 4-2-3-1 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ค้ำหน้าเป้า จามัล มูเซียลา, คิงส์เลย์ โกม็อง แล้วก็ โธมัส มุลเลอร์ คอยส่งเสริม ด้านกลุ่มเยือนมาในระบบ 4-4-2 วาเลนว่ากล่าวโน ลาซาโร กับ โยนาส ฮอฟมันน์ ลากเลื้อยริมเส้น มาร์คัส ตูราม จับคู่ บรีล เอ็มโบโล ล่าตาข่าย ผลการแข่งขันปรากฏว่า นายทัพเสือใต้เป็นข้างเอาชนะไปกินขาด 6-0 ได้ประตูจาก โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ทำแฮตทริกนาทีที่ 2, 34 กับสังหารจุดลูกโทษนาที 66, โธมัส มุลเลอร์ นาที 23, คิงส์เลย์ โกม็อง นาที 44 ปิดท้ายด้วยผู้เล่นสำรอง เลรอย ซาเน นาที 86 โดยเกมนี้เจ้าของบ้านจำต้องเหลือผู้เล่น 10 คนในนาที 75 ด้วย จากการที่ ต็องกีย์ เนียงซู แนวรับดาวรุ่งโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ทั้งๆที่เพิ่งจะถูกเปลี่ยนตัวลงไปเล่นได้เพียงแต่ 5 นาทีเพียงแค่นั้น จากชัยนัดนี้ ทำให้ บาเยิร์น มิวนิค เก็บเพิ่มเป็น 74 คะแนน ครอบครองแชมป์บุนเดสลีกาสมัยที่ 31 ในประวัติศาสตร์ของสมาพันธ์ แล้วก็เป็นสมัยที่ 9 ต่อเนื่องกัน ส่วน โบรุสเซีย มึนได้แก่กลัดบัค มี 46 คะแนนเหมือนเดิม Related posts: ไม่ใช้ก็เอามานี่! “3 ทีมดัง” รุมแย่งตัว […]

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *